⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!
ทำแกงหม้อใหญ่เสร็จแล้ว แต่ตอบไม่ได้ว่าแต่ละจานมีต้นทุนวัตถุดิบเท่าไร ใช่ไหมครับ
บทความนี้ใช้สูตรหลักเพียงสูตรเดียว คือ ปริมาณที่ใช้ × ราคาต่อหน่วย แล้วรวมทุกวัตถุดิบ จากนั้นหารด้วยจำนวนจานที่ได้จริง ตัวเลขทุกตัวในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาด
- ต้นทุนสูตรอาหารคืออะไร และคิดจากอะไรบ้าง
- ขั้นที่ 1 หาราคาต่อหน่วยของวัตถุดิบแต่ละอย่าง
- ขั้นที่ 2 ทำให้หน่วยตรงกันก่อนคูณ
- ขั้นที่ 3 ปรับต้นทุนเมื่อมีส่วนที่ต้องทิ้งจากการเตรียม
- ขั้นที่ 4 รวมต้นทุนทั้งสูตร
- ขั้นที่ 5 แปลงเป็นต้นทุนต่อจาน
- ซอสและน้ำซุปที่ทำแยก คิดต้นทุนอย่างไร
- ต่อยอดเป็นสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อราคาขาย
- ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้นทุนคลาดเคลื่อน
- คำถามที่พบบ่อย
- ต้นทุนสูตร = ผลรวมของ (ปริมาณที่ใช้ × ราคาต่อหน่วย) ของทุกวัตถุดิบ
- ต้นทุนต่อจาน = ต้นทุนทั้งสูตร ÷ จำนวนจานที่ได้จริง
- ถ้ามีส่วนที่ทิ้งจากการเตรียม ให้คิดจากปริมาณที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ปริมาณที่ซื้อ
- ตัวเลขที่ได้คือต้นทุนวัตถุดิบเท่านั้น ยังไม่รวมค่าแรง ค่าเช่า ค่าบรรจุภัณฑ์ และภาษี
ต้นทุนสูตรอาหารคืออะไร และคิดจากอะไรบ้าง
ต้นทุนสูตรอาหารคือผลรวมค่าวัตถุดิบทุกอย่างที่ใช้ทำหนึ่งสูตร [1] เรานับเฉพาะของที่ใส่ลงไปในหม้อจริง
ตัวเลขนี้เรียกว่า ต้นทุนวัตถุดิบ เท่านั้น เอกสารของ Culinary Institute of America แยกค่าวัตถุดิบออกจากค่าแรง ค่าเช่า และค่าน้ำไฟอย่างชัดเจน [2]
ดังนั้นอย่าเรียกผลลัพธ์ว่าต้นทุนรวมหรือกำไร มันเป็นเพียงชิ้นแรกของภาพใหญ่

ขั้นที่ 1 หาราคาต่อหน่วยของวัตถุดิบแต่ละอย่าง
ราคาต่อหน่วยหาได้จากการเอาราคาที่จ่ายหารด้วยปริมาณในแพ็ก [2] หน่วยที่เลือกควรเป็นกรัมหรือมิลลิลิตร เพราะเล็กพอให้คูณกับปริมาณในสูตรได้ตรงๆ
ซื้อแพ็กใหญ่แต่ใช้แค่บางส่วน คิดอย่างไร
คิดจากราคาต่อหน่วยก่อน แล้วค่อยคูณกับปริมาณที่สูตรใช้จริง ไม่ต้องนับค่าของส่วนที่เหลือเก็บไว้ทำอย่างอื่น [2]
ตัวอย่างสมมติ (ไม่ใช่ราคาตลาด): ซื้อเนื้อไก่ 1 แพ็กหนัก 1,000 กรัม ราคา 150 บาท ราคาต่อหน่วยคือ 150 ÷ 1,000 = 0.15 บาทต่อกรัม ถ้าสูตรใช้ 800 กรัม ต้นทุนส่วนนี้ก็คือ 800 × 0.15 = 120 บาท (ยังไม่ปรับส่วนที่ทิ้ง)

ขั้นที่ 2 ทำให้หน่วยตรงกันก่อนคูณ
ก่อนคูณ ต้องแปลงหน่วยที่ซื้อและหน่วยในสูตรให้เป็นหน่วยเดียวกัน [2][3] ถ้าซื้อเป็นกิโลกรัมแต่สูตรเขียนเป็นกรัม แล้วคูณทันที ผลจะผิดไปเป็นพันเท่า
| หน่วยที่พบบ่อย | วิธีแปลง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| กิโลกรัม ↔ กรัม | 1 กิโลกรัม = 1,000 กรัม | ดูว่าราคาเป็นต่อกิโลกรัมหรือต่อกรัม |
| ลิตร ↔ มิลลิลิตร | 1 ลิตร = 1,000 มิลลิลิตร | ของเหลวบางอย่างซื้อเป็นน้ำหนัก ไม่ใช่ปริมาตร |
| ช้อนโต๊ะ / ช้อนชา | ค่าต่างกันตามเครื่องมือตวง | ชั่งเป็นกรัม หรือตวงด้วยเครื่องมือเดียวกันทุกครั้ง |

ขั้นที่ 3 ปรับต้นทุนเมื่อมีส่วนที่ต้องทิ้งจากการเตรียม
ถ้าส่วนที่ใช้ได้น้อยกว่าที่ซื้อ ต้นทุนต่อหน่วยของส่วนที่ใช้ได้จริงจะสูงขึ้น [2][3] การไม่คิดส่วนนี้ทำให้ต้นทุนต่ำเกินจริง
อัตราส่วนที่ใช้ได้จริงคำนวณอย่างไร
ใช้สูตร ปริมาณที่ใช้ได้หลังเตรียม ÷ ปริมาณที่ซื้อ ผลลัพธ์เป็นทศนิยม [2] เช่น ถ้าซื้อมา 1,000 กรัม เตรียมแล้วเหลือ 800 กรัม อัตราส่วนคือ 800 ÷ 1,000 = 0.8
เอาไปปรับราคาอย่างไร
เอาราคาต่อหน่วยที่ซื้อ ไปหารด้วยอัตราส่วนที่ใช้ได้จริง [2] จะได้ราคาต่อหน่วยของส่วนที่กินหรือใช้ได้จริง

ตัวอย่างสมมติ: วัตถุดิบราคา 0.15 บาทต่อกรัม อัตราส่วน 0.8 ราคาที่ปรับแล้วคือ 0.15 ÷ 0.8 = 0.1875 บาทต่อกรัม ถ้าสูตรใช้ 800 กรัมของส่วนที่ใช้ได้ ต้นทุนส่วนนี้คือ 800 × 0.1875 = 150 บาท ซึ่งก็คือราคาเต็มของแพ็กที่ซื้อมานั่นเอง
อัตราส่วนนี้ต่างกันตามวัตถุดิบและวิธีเตรียม [4] จึงควรชั่งเองหลังเตรียมจริง อย่ายืมตัวเลขของคนอื่นมาใช้
ขั้นที่ 4 รวมต้นทุนทั้งสูตร
ให้บวกต้นทุนของทุกวัตถุดิบเข้าด้วยกัน [1] ทำเป็นตารางสั้นๆ จะตรวจทานง่ายที่สุด

ตัวอย่างสมมติ สำหรับแกงหนึ่งหม้อ (ตัวเลขกลมเพื่อสอน ไม่ใช่ราคาตลาด):
| วัตถุดิบ | ปริมาณที่ใช้ | ราคาต่อหน่วย | ต้นทุน |
|---|---|---|---|
| เนื้อไก่ (ปรับส่วนทิ้งแล้ว) | 800 กรัม | 0.1875 บาท/กรัม | 150 บาท |
| กะทิ | 500 มล. | 0.10 บาท/มล. | 50 บาท |
| พริกแกงและเครื่องปรุง | รวมทั้งชุด | – | 30 บาท |
| รวมทั้งสูตร | 230 บาท |

🛒 สินค้าแนะนำ
ขั้นที่ 5 แปลงเป็นต้นทุนต่อจาน
เอาต้นทุนทั้งสูตรหารด้วยจำนวนจานที่ได้จริง [1][2] จากตัวอย่างข้างบน ถ้าตักได้ 10 จาน ต้นทุนต่อจานคือ 230 ÷ 10 = 23 บาท
ทำไมต้องนับจานที่ตักได้จริง เพราะจำนวนจานที่เขียนในสูตรกับที่ตักได้จริงมักไม่เท่ากัน ถ้าตักได้แค่ 8 จาน ต้นทุนต่อจานจะเป็น 230 ÷ 8 = 28.75 บาท [1][2]
นั่นคือเหตุผลที่เราควรตักจริงหนึ่งรอบแล้วนับ แทนที่จะเชื่อตัวเลขในสูตรเฉยๆ

ซอสและน้ำซุปที่ทำแยก คิดต้นทุนอย่างไร
ให้คิดต้นทุนของซอสหรือน้ำซุปแยกเป็นสูตรย่อยก่อน แล้วนำมารวมเฉพาะปริมาณที่ใช้จริงในเมนูหลัก [5][6]
ตัวอย่างสมมติ: น้ำซุปหม้อเล็กใช้วัตถุดิบรวม 60 บาท ได้น้ำซุป 2,000 มล. ราคาต่อมิลลิลิตรคือ 60 ÷ 2,000 = 0.03 บาท ถ้าเมนูหลักใช้น้ำซุป 300 มล. ก็บวกเข้าไป 300 × 0.03 = 9 บาท
ต่อยอดเป็นสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อราคาขาย
สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบ = ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน ÷ ราคาขาย [2][5] ถ้าต้นทุนต่อจาน 23 บาท และตั้งราคาขายสมมติที่ 80 บาท สัดส่วนคือ 23 ÷ 80 ≈ 0.29 หรือราว 29%

ตัวเลขนี้ ไม่ใช่กำไร และไม่รวมค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ หรือภาษี [2]
เราจงใจไม่ระบุว่าสัดส่วนเท่าไรจึงเรียกว่า “ดี” เพราะขึ้นกับประเภทร้านและพื้นที่ ให้เปรียบเทียบระหว่างเมนูของร้านตัวเองและเป้าหมายที่ตั้งไว้
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้นทุนคลาดเคลื่อน
ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มาจากขั้นตอนเล็กๆ ที่ข้ามไป ลองไล่เช็กลิสต์นี้ทุกครั้งก่อนสรุปตัวเลข [1][2][4]

- ลืมแปลงหน่วยก่อนคูณ เช่น ซื้อเป็นกิโลกรัมแต่สูตรเป็นกรัม
- ไม่คิดส่วนที่ทิ้งจากการเตรียม ทำให้ต้นทุนต่ำเกินจริง
- ใช้จำนวนจานตามสูตร แทนจำนวนจานที่ตักได้จริง
- ลืมเครื่องปรุงชิ้นเล็กๆ ที่รวมกันแล้วก็มีมูลค่า
- ใช้ราคาเก่าที่ไม่ตรงกับราคาที่ซื้อครั้งล่าสุด
- เรียกต้นทุนวัตถุดิบว่าต้นทุนทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องปรุงที่ใช้ปริมาณน้อยมาก คิดอย่างไร
คิดด้วยวิธีเดียวกัน คือราคาต่อหน่วย × ปริมาณที่ใช้ ถ้าชั่งทีละนิดยาก ให้ชั่งรวมหลายครั้งแล้วหารเฉลี่ย หรือรวมเป็นก้อน “เครื่องปรุงเล็กน้อย” ในตาราง
ควรอัปเดตราคาบ่อยแค่ไหน
อัปเดตเมื่อราคาซื้อของวัตถุดิบหลักเปลี่ยน และทบทวนก่อนตั้งหรือปรับราคาขาย เพราะสูตรคำนวณใช้ราคาที่ซื้อจริง

ใช้สเปรดชีตหรือเครื่องคำนวณออนไลน์ได้หรือไม่
ได้ ถ้าวิธีคิดตรงกับขั้นตอนในบทความนี้ [4][5] สิ่งสำคัญคือข้อมูลที่กรอก ทั้งราคา ปริมาณจริง และจำนวนจานจริง
ต้นทุนวัตถุดิบเท่ากับต้นทุนทั้งหมดหรือไม่
ไม่เท่ากัน ต้นทุนทั้งหมดยังมีค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และภาษี [2]

ตั้งราคาขายจากต้นทุนวัตถุดิบอย่างเดียวพอหรือไม่
ไม่พอ ต้นทุนวัตถุดิบเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การตั้งราคาต้องนึกถึงค่าใช้จ่ายอื่นและกำไรที่ต้องการด้วย
สรุปและขั้นตอนถัดไป
ต้นทุนต่อจานคือผลรวมของ (ปริมาณที่ใช้ × ราคาต่อหน่วย) ของทุกวัตถุดิบ หารด้วยจำนวนจานที่ได้จริง
วันนี้ลองเลือกเมนูโปรดหนึ่งอย่าง ชั่งและจดปริมาณจริงตอนทำ แล้วคำนวณตามขั้นตอนทั้งห้าข้างบนดูครับ
พร้อมคิดต้นทุนเมนูแรกของคุณหรือยัง เริ่มจากขั้นตอนแรกได้เลย
- สำนักพิมพ์รัฐบาลสหรัฐฯ (GovInfo) เรื่องวิธีคิดต้นทุนอาหารจากสูตร (ใช้อ้างอิงเฉพาะวิธีคำนวณ)
- Culinary Institute of America เอกสารการคำนวณในครัว (ต้นทุนต่อหน่วย ผลผลิตที่ใช้ได้ ต้นทุนต่อจาน และสัดส่วนต่อราคาขาย)
- Culinary Institute of America เอกสารฉบับเดียวกัน (ส่วนการแปลงหน่วยและส่วนที่ทิ้ง)
- RestoMetrics เครื่องคำนวณต้นทุนสูตรอาหาร
- mise คู่มือคิดต้นทุนอาหารต่อเมนู
- Recipee คู่มือคิดต้นทุนสูตรอาหารทีละขั้นพร้อมตัวอย่าง
ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม